20 ก.พ.

พระราชวังเคียงบกกุง

พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า “พระราชวังคยองบกกุง” เป็นทั้งสัญญลักษณ์และแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล  ประเทศเกาหลี พระราชวังที่มีขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในกรุงโซล สร้างขึ้นในปี 1394 ในสมัยพระเจ้าแทโจ ราชวงศ์โชซอน เดิมทีนั้นภายในพระราชวังมีอาคารและตำหนักต่างๆมากกว่า 200 หลัง แต่เมื่อมีการรุกรานของญี่ปุ่น อาคารส่วนใหญ่ก็ได้ถูกทำลายลงเหลืออยู่เพียงแค่ 10 หลังเท่านั้น

เมื่อเข้ามายังภายในบริเวณของพระราชวังแล้วนั้น ก็จะพบกับ พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติเกาหลี (The National Palace Museum of Korea) ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประตูฮึงแนมุน (Heungnyemun Gate) ที่เป็นประตูแรกที่อยู่ภายในพระราชวัง เป็นบริเวณเดียวกับที่มีการแสดงพิธีการผลัดเปลี่ยนเวรยาม หรือ Royal Guard Changing Ceremony

อัตราค่าเข้าชม

รายบุคคล อายุ 19 ขึ้นไป ₩ 3,000 / อายุ 7-18 ปี ₩ 1,500

เข้าชมเป็นหมู่คณะ อายุ 19 ขึ้นไป ₩ 2,400 / อายุ 7-18 ปี ₩ 1,200
– เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีเข้าชมฟรี
– เข้าชมเป็นหมู่คณะ อายุ 19 ขึ้นไป ต้องไม่ต่ำกว่า 20 คน / อายุ 7-18 ขึ้นไป ต้องไม่ต่ำกว่า 10 คน

เวลาเปิดทำการ
เวลาเปิดทำการในแต่ละเดือนแตกต่างกันไปตามฤดูกาล
ช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมและเดือนกันยายนถึงตุลาคม
จะเปิดทำการเวลา 9.00 น. – 18.00 น.
ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เปิดทำการเวลา 9.00 น. – 17.00 น.
และช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม เปิดทำการเวลา 9.00 น. – 18.30 น.

 

20 ก.พ.

มหาเจดีย์ชเวดากอง

มหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง

มหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง   เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับแรกที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางไปพม่าจะต้องเข้าไปเยี่ยมชมและสักการะ  เจดีย์ชเวดากองที่แปลว่า พระเจดีย์ทองคำแห่งเมืองตะเกิง  เป็นพระเจดีย์ทองคำที่สร้างขึ้นบนเนินเขาที่ชื่อว่า   Thienguttara  Hill  หรือ  Singuttara  Hill  เจดีย์นี้จึงเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความโดดเด่นมากในย่างกุ้ง  โดยขนาดของเจดีย์ชเวดากองนี้มีความสูงทั้งหมดประมาณ 48 เมตร มีความกว้างโดยประมาณ 105 เมตร
เจดีย์ชเวดากองนั้นเป็นเจดีย์ที่มีลักษณะซึ่งสวยงามมาก เนื่องด้วยความศรัทธาในองค์พระเจดีย์ของชาวพม่า  ที่มักจะนิยมการบริจาคเพชรพลอยของมีค่าต่างๆ  ให้กับพระเจดีย์ ทำให้เจดีย์องค์นี้มีเครื่องประดับมีค่าเป็นจำนวนมากกว่า 5,000 ชิ้น  โดยเฉพาะเพชรที่ประดับอยู่บนยอดเจดีย์นั้น  กล่าวกันว่าขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือคนเลยทีเดียว  ส่วนด้านล่างรอบๆ เจดีย์จะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปจำนวนมาก  และมีไม้แกะสลักประดับอยู่อย่างสวยงาม

ตามตำนานกว่า 2,500 ปี ของเจดีย์แห่งนี้กล่าวไว้ว่าเป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุทั้งแปดเส้นของพระ พุทธเจ้า และพระบริโภคเจดีย์ของพระอดีตพระพุทธเจ้าทั้งสามองค์ องค์สถูปหุ้มด้วยทองคำทั้งหมด 8,688 แท่ง แต่ละแท่งมีค่ามากกว่า 400 ยูเอสดอลลาร์ ปลายยอดสถูปประดับด้วยเพชร 5,448 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มีมรกตเม็ดเขื่องอยู่ตรงกลาง เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ ทั้งหมดนี้ประดับอยู่ด้านบนเหนือฉัตรขนาด 10 เมตร ซึ่งสร้างขึ้นบนไม้หุ้มทองเจ็ดเส้น ประดับด้วยกระดิ่งทองคำ 1,065 ลูก และกระดิ่งเงิน 420 ลูก รอบองค์สถูปรายล้อมไปด้วยสิ่งปลูกสร้างกว่า 100 หลัง มีทั้งสถูปบริวาร วิหารทิศ วิหารราย และศาลาอำนวยการ


เจดีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพวก บะกัน เรื่องอำนาจ พระเจ้าอโนรธา เคยเสด็จประพาสชเวดากองระหว่างการรบพุ่งทางใต้ในศตวรรษที่ 11 พระเจ้าบญาอู แห่งพะโค ก็ทรงบูรณะเจดีย์แห่งนี้ในปี พ.ศ.1925 และ 50 ปีต่อมา พระเจ้าเบียนยาเกียนก็โปรดให้ยกองค์สถูปให้สูงขึ้นไปถึง 90 เมตร

ผู้สืบราชบัลลังก์ต่อจาก พระเจ้าเบียนยาเกียน คือ พระนางฉิ่นซอปู้ หรือ นางพญาตะละเจ้าท้าว ได้ทรงสร้างลานและกำแพงล้อมรอบองค์สถูป และพระราชทานทองคำเท่าน้ำหนักพระองค์เอง 40 กิโลกรัม ให้นำไปตีเป็นแผ่นทองหุ้มสถูป เป็นแบบอย่างให้กษัตริย์รุ่นหลัง ๆ ทรงประพฤติปฏิบัติตาม ทั้งนี้เพราะพายุลมฝนในช่วงมรสุมนั้นโหมแรง จนทำให้แผ่นทองคำชำรุดหลุดร่วงลงมาอยู่บ่อย ๆ พระเจ้าธรรมเซดี ผู้สืบราชสมบัติต่อจากพระนางก็ได้ทรงบริจาคทองคำหนักเป็นสี่เท่าของน้ำหนัก พระองค์เอง เพื่อบูรณะซ่อมแซมพระเจดีย์

ช่วงศตวรรษที่ 20 มีภิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นกับพม่าหลายครั้ง โดยเริ่มจากปี พ.ศ.2473 เกิดแผ่นดินไหวขึ้น แต่ก็สร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในปี พ.ศ.2474 เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่จากฐานบันไดทางทิศตะวันตก ลุกลามต่อไปยังปีกด้านเหนือ ดชคดีที่ดับไฟได้เสียก่อน แต่ก็ได้เผาผลาญศาสนสถานสำคัญไปไม่น้อย ในปีพ.ศ.2513 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง นับเป็นภัยแผ่นดินไหวครั้งที่ 9 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ส่งผลให้ทางภาครัฐต้องจัดทำโครงพิเศษเพื่อเสริมยอดเจดีย์ให้แข็งแรงขึ้น

 

 

 

20 ก.พ.

อาหารขึ้นชื่อของพม่า

   

หล่าเพ็ด (Lahpet) เป็นอาหารยอดนิยมของพม่าโดยการนำใบชาหมักมาทานกับเครื่องเคียง เช่น กระเทียมเจียว ถั่วชนิดต่าง ๆ งาคั่ว กุ้งแห้ง ขิง มะพร้าวคั่ว
มีลักษณะคล้ายคลึงกับเมี่ยงคำของประเทศไทย ซึ่งหล่าเพ็ดนี้จะเป็นเมนูอาหารที่ขาดไม่ได้ในโอกาสพิเศษหรือเทศกาลสำคัญ ๆ ของประเทศพม่า โดยกล่าวกันว่า หากงานเลี้ยงหรืองานเฉลิมฉลองใดไม่มีหล่าเพ็ดจะถือว่าการนั้นเป็นงานที่ขาดความสมบูรณ์ 

เครื่องปรุง 

           1. ใบชาหมัก                          6. ถั่วเหลือง      
           2. กระเทียมเจียว                   7. งาขาว   
           3. กุ้งแห้ง                               8. มะขามเปียก            
           4. มะม่วงหิมพานต์                9. ขิง
           5. ใบชะพลู (สำหรับห่อ)      10. หอมแดง   
           11.   น้ำตาลทราย                
                                       

วิธีการทำ

คั่วมะม่วงหิมพานดิบ ประมาณ 7-8 นาที
คั่วกุ้งแห้งประมาณ 5 นาที
ล้างใบชะพลูและเด็ดให้ติดก้านใบ
คั่วงาขาวเนื้อกระโหลดมะพร้าวหั่นฝอย และถั่วเหลืองให้พอกรอบ
ต้มน้ําตาลกับน้ํามะขามเปียกให้ข้นพอประมาณ
คั่วหอมแดงด้วยไฟอ่อน ๆ ประมาณ 5 นาที
ใช้ใบชะพลู ห่อส่วนผสมต่าง ๆ เข้าด้วยกันและราดด้วยน้ําเชื่อมผสม
หัวหอมแดงและกระเทียมเจียว

 

09 ก.พ.

ไปพม่าทัวร์ที่ไหนดี

ประเทศพม่ามีอาคารสถานที่ต่างๆที่ออกแบบได้สวยงามมากจนใครๆก็อยากเข้าไปสัมผัสไปดูตัวอย่างสถานที่ๆสวยงามในพม่ามากัน

Continue reading “ไปพม่าทัวร์ที่ไหนดี” »

27 ม.ค.

ทัวร์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเป็นองค์ประธาน ในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

Continue reading “ทัวร์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี” »

20 ม.ค.

ทัวร์น้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี

 อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี ภายในอุทยานฯ นอกจากจะมีน้ำตกสวยไหลตลอดทั้งปีแล้ว ยังเป็นจุดที่จารึกประวัติศาสตร์สำคัญของไทยอีกด้วย

Continue reading “ทัวร์น้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี” »

17 ม.ค.

ทัวร์วัดโสธร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

วัดโสธร อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัด ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 2 ก.ม อยู่ริมแม่น้ำบางประกง และติดกับค่ายศรีโสธร ซึ่งเป็นที่ตั้งกองพันทหารช่างที่ 2 (ช.พัน2)

Continue reading “ทัวร์วัดโสธร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา” »

error: Content is protected !!